ReadyPlanet.com
dot

 หน้ารวมกระทู้ > คาถาอาราธนาพระเครื่อง???

คาถาอาราธนาพระเครื่อง???


ผมใคร่ขอความรู้เรื่องการอาราธนาพระเครื่องหน่อยครับ.....ผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยจะมีความรู้ทางด้านนี้อยากขอความกรุณาได้โปรดชี้แนะด้วยนะครับ....คือว่าเวลาที่เราไปเช่าพระเครื่องมาใหม่แล้วเอาไปเลี่ยมขึ้นคอเนี้ยมีคาถาในการอาราธนาพระเครื่องว่าอย่างไรบ้างครับเพื่อจะบอกท่านว่าเราเป็นเจ้าของใหม่แล้ว...เห็นบางคนก็ว่าไว้หลายอย่าง...ใครมีความรู้ทางด้านนี้ได้โปรดช่วยบอกเอาไว้เป็นบุญด้วยนะครับ???



ผู้ตั้งกระทู้ คนรุ่นใหม่ :: วันที่ลงประกาศ 2007-10-21 23:17:17 IP : 125.24.136.182


[1]

ความเห็นที่ 30 (3337119)

เชิญเข้าไปดูที่  www.weddingninethai.com   โหรพัสกร  เขียนจากที่ได้ศึกษามาและประสบการณ์ตรงครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น patsakon chittarat (pchittarat098-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-07-15 09:07:03 IP : 171.4.18.169


ความเห็นที่ 29 (3330041)

 การพูดแบบนี้แสดงว่าดูถูกสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะย้ง

ผู้แสดงความคิดเห็น ธนกร วันที่ตอบ 2013-01-27 11:00:51 IP : 125.25.198.151


ความเห็นที่ 28 (3320360)

ฤทธิ์มีจริงครับ พระพุทธเจ้ายังได้อภิญญา หูทิพย์ ตาทิพย์ หยั่งรู้จิตผู้อื่นเลย แต่ท่านไม่ให้ติดในฤทธิ์ ฤทธิ์ได้มาจากการเจริญสมถะ..(สมาธิ) เช่น การเพ่งฌาน การเจริญอสุภะ หรือกสิณ ต่างๆ พระพุทธเจ้าท่านก็แสดงฤทธิ์ครับ ให้กับเดียรถีย์บางพวกดู พระมหากัสสปะก่อบวชก็เป็นจ้าวแห่งอิทธิฤทธิ์ครับ พระพุทธเจ้าต้องแปลงร่างให้ดู พระโมคคัลลาก็เป็นจ้าวแห่งอิทธิฤทธิ์ พระพุทธเจ้าท่านก็ใช้ฤทธิ์ในการปราบองคุลีมาล พระสมัยก่อนเล่นฤทธิ์เป็นเรื่องปกติครับ เหมือนการออกกำลังกายของนักกีฬา สมัยก่อนยายผมอยู่สุพรรณยายผมเป็นพวกลาวโซ่งอพยพเข้ามาครับ ไม่นับถือพระ ไม่เคยรู้จักพระพุทธศาสนา วันนึงมีพระมาขอบิณฑบาตรหน้าบ้าน ยายผมไม่สนใจ พระองค์นั้นก็แปลงร่างเป็นนกให้ดูครับ ยายผมกับแม่ยายผมเห็นกับตา แปลงร่างเป็นนกสักพักก็กลับร่างเป็นพระใหม่ แม่ของยายเลยให้ยายให้ข้าวไปให้ พระพุทธเจ้าท่านยอมรับครับว่าฤทธิ์มีจริง เทวดา นรก สวรรค์มีจริงครับ แต่เป็นอจิณไตย คือถ้าคนไม่เชื่อ คนไม่รู้ ไม่เห็น ก็เอาไปพูด เอามาเถียงกันปล่าวๆ ท่านจึงไม่สรรเสริญเรื่องเหล่านี้ครับ โอเคบางคนก็บอกให้ใช้ปัญญาแต่บางขณะปัญญาก็ไม่เกิด เมื่อก่อนคนอยู่กันในป่านะครับ ได้ยินเสียงอะไรผิดปกติก็นึกถึงพระ ใครจะมานั่งคิดถึง ไตรลักษณ์ 3 อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกคนก็กลัวตายทั้งนั้นแหละครับ คนที่หลุดพ้นไปแล้วก็ไม่ต้องห้อยพระก็ได้ เปรียบเหมือนว่าคุณถึงฝั่งแล้ว ก็ไม่ต้องแบกเรือไป แต่หลวงปู่ หลวงพ่อท่านทำไว้ให้กับคนที่ยังกลัวในการเวียนว่ายตายเกิดครับ ถ้าคุณเอาธรรมมะมาพูดก็อีกเรื่อง ส่วนตัวผมก็พอรู้เรื่องครับเรื่องวิปัสนาอะไรน่ะ แต่ผมก็ยังไม่หลุดพ้น ก็ยังติดอยู่ในสมถะอยู่ ก็ยังใช้พระเครื่องครับ และเชื่อล้านเปอร์เซ็นต์ว่าของพวกนี้ศักสิทธิ์จริง ส่วนคนที่ใช้แล้วไม่ขึ้นก็คือพวกไม่มีศรัทธา หรือขณะใช้ทำชั่ว หรือกรรมเก่าตามทัน แต่เรื่องแคล้วคลาด คงกระพัน เมตตา ผมเชื่อครับ ถ้าไม่มีพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว (อ.พระนเรศวร) ป่านนี้เราคงเป็นทาสพม่าไปแล้วก็ได้ นักรบโบราณเหนียวจริงครับ ส่วนเรื่องที่กรุงศรีแตก หรือ แขวนพระแล้วตาย ก็อาจจะเป็นกรรมของบ้านเมือง หรือ คนนั้นไม่เชื่อในสิ่งศักสิทธิ์ หรือถ้าถึงที่ตายจริงๆหลวงพ่อก็ช่วยไม่ได้ครับ มีบางคนโดนยิงกระดูกแตกทั้งตัว ตายครับ..แต่ไม่มีเลือดออกซักหยด เห็นมาแล้ว ส่วนคาถาอาราธนาพระก็ ตั้งธาตุก่อนนะครับ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะภะกะสะ จิเจรุนิ ตั้งธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ แล้วก็อาราธนาพระเข้าตัว ก็พุทธังอาราธะนานัง ธัมมังฯ สังฆังฯ นะมะนะอะนอกอนะกะกอออนออะนะอะกะอังอุทธังอัทโธนะโมพุทธายะอิมังกายะพันธะนังอธิษฐามิ ทุติยัมปิอิมังกายะฯ ตะติยัมปิอิมังฯ อย่าลืมว่าต้องเชื่อต้องศรัทธาอย่าประพฤติชั่ว ถ้ากรรมคุณยังไม่ถึงที่ตาย คุณไม่ตายโหงแน่นอนครับ..ศึกษาเพิ่มเติมนะครับ แต่ทุกอย่างต้องมีครูบาอาจารย์นะครับ ถ้ายังไม่มีครูบาอาจารย์ก็หมั่นทำบุญ ให้ทาน รักษาศีลภาวนา และอุทิศส่วนกุศลบ่อยๆ หลวงปู่ หลวงพ่อท่านต้องการสืบทอดพระศาสนาครับ ให้คนเข้าถึงศาสนาให้มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ (พระเครื่อง) นั่นคือวัตถุประสงค์ของท่าน ส่วนฤทธิ์นั้นนมันอยู่ที่การปฏิบัติของคุณด้วย ว่าคุณจะสื่อกับพระที่คุณห้อยหรือบูชาได้หรือไม่ ต้องมีสมาธิครับ พวกนี้ไม่ต้องใช้เหตุผลครับ มันนอกเหตุเหนือผล แต่ถ้าไม่ได้ผลอะไรสมเด็จโตท่านคงไม่สร้างพระหรอกครับ พระนเรศวรท่านก็สร้างพระ พระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันท่านก็สร้างพระ แค่นี้และกันครับ.. 

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธังสรณังคัจฉามิ วันที่ตอบ 2012-08-28 02:00:43 IP : 58.11.175.113


ความเห็นที่ 27 (3285222)

           สวัสดี  พ่อแม่พี่น้อง เพื่อน ๆ พุทธศาสนิกชน    ผู้เกิด แก่ เจ็บ ตายร่วมกัน      ที่เคารพรักทุกท่านครับ

                        เรื่องของ "ศรัทธา" ภาษาอังกฤษ คือ "faith" นี่  ห้ามหรือบังคับใครเขาไม่ได้หรอกครับ  เหมือนเราคนไทยด้วยกันแท้ ๆ บางท่านนับถือพระพุทธศาสนาบ้าง นับถือคริสต์บ้าง อิสลามบ้าง ฮินดูบ้าง  หรือบางท่านอาจจะไม่นับถือศาสนาใด ๆ เลยก็เห็นกันอยู่มากมาย   

                         กราบขออภัย ที่อยากกราบเรียนทุกท่านว่า  บ่อยครั้งที่ผมถูกใครต่อใครเยาะเย้ยถากถางว่า เป็นพุทธแต่เปลือกบ้าง เป็นพวกเต่าล้านปีบ้าง เป็นพวกคร่ำครึโง่งมงายบ้าง   เพราะอะไรหรือครับ  เพราะผมเกิดมาในครอบครัวที่ พ่อแม่บรรพชนท่านปลูกฝังให้ ทำบุญสุนทาน  ให้เชื่อเรื่องบาปบุญ  ให้เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจทิพย์หรืออำนาจเหนือโลกมีจริง  ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพียงแต่วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้เท่านั้น    มีเพื่อนร่วมรุ่นร่วมสถาบันที่เคยล้อเลียนสัพยอกผม พากันกลับบ้านเก่ากันไปแล้วก็มิใช่น้อย    ผมเองก็เฉียดตายมาหลายต่อหลายครั้ง     

                          ด้วยความที่ผมเชื่อเรื่องบาปบุญที่พ่อแม่บรรพบุรุษพร่ำสอนมานี่เอง   ผมจึงเชื่ออย่างไร้ความสงสัย  กับเรื่องอำนาจลึกลับสิ่งศักด์สิทธิ์  โดยเฉพาะอำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย  คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ คุณแห่งเทพไท้เทวาอารักษ์   ผมอยากเล่าให้ท่านฟังว่า   เมื่อครั้งที่ผมบวชเป็นพระภิกษุ ปี ๒๕๒๑ ผมไปกราบนมัสการขอฝังตะครุดทองคำกับหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ซึ่งตอนนั้นท่านมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสระแก้ว จ.นครราชสีมา  ตอนนั้นผมเป็นพระภิกษุ เมื่อหลวงพ่อฯ ท่านฝังตะกรุดให้แล้ว  ท่านเมตตาสอนว่า    "ผมขอท่าน ๓ อย่าง  ๑. ท่านอย่าเสพเมถุนกับคู่ครองคนอื่น ๒. ท่านอย่าด่าพ่อแม่ใคร และ ๓. ก่อนนอนให้ท่านสวดมนต์ซะเดอ"         แล้วท่าน "จิไม่ตายโหง"   

                          ผมปฏิบัติตามที่หลวงพ่อคูณฯ สอนมาโดยตลอด  ก่อนนอนผมต้องสวดมนต์ไหว้พระ ทำสมาธิ แผ่เมตตา ออกนอกบ้านทุกครั้ง   ต้องกราบพระ อาราธนาคุณพระ ทั้งคุณพระไตรรัตน์ คุณบิดามารดา คุณครูอุปัชฌาย์อาจารย์ คุณเทพไท้เทวา ที่โคราชบ้านผมก็มี     คุณบารมีของท่าน "ท้าวสุรนารี"คุณย่าโม เป็นต้น       บางวันครึ้ม ๆ   ผมอาราธนาคล้องพระถึง ๑๙ องค์      ก่อนออกจากบ้านต้องไหว้พระภูมิเจ้าที่   แม่พระธรณี  อาราธนาเอาดิน(แม่ธรณี) มาใส่ที่กระหม่อม   (แม่ผมสอน)   ไปไหนก็อุ่นใจ สุขจิตสบายใจ   เมื่อมีอุบัติเหตุเภทภัยมากล้ำกราย เพราะเราเป็นปุถุชน ย่อมมีโอกาสขาดสติ ตกอยู่ในความประมาทบ้าง ทั้งที่จิตเป็นสมาธิและจิตตั้งมั่นดีแล้ว   ทุกครั้งก็ได้รับความปลอดภัย  พ้นจากอุปัทภยันตราย เฉียดตายมาได้นับครั้งไม่ถ้วน      บางท่านอาจว่าผมนี่ช่างโง่งมงาย ก็สุดแต่ท่านเถิดครับ   เพราะความเคารพ ศรัทธา ด้วยจิตอันบริสุทธิ์อย่างแท้จริง    ย่อมได้รับผลจากพลานุภาพแห่งอำนาจสิ่งศักด์สิทธิ์    ส่วนคำอาราธนาพระเครื่องผมได้มาหลายตำราหลายครูบาอาจารย์   จะขออนุญาตนำเสนอในโอกาสต่อไป  หรือถ้าท่านอยากพบกับผม ลองกรุณาแวะเวียนไปเยี่ยม  หรือเข้าไปที่   www.weddingninethai.com   ก็ได้ครับ   ขอขอบพระคุณทุกท่าน  ทุกกระทู้   ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง ก็อย่าถือกันเลยครับ  "อนิจจํ ทุกขํ อนตฺตา   สพฺเพ สตฺตา  นานาจิตตํ"    สวัสดีทุกท่านครับ.                 

ผู้แสดงความคิดเห็น patsakorn Chittarat (patsakonc098-at-windowslive-dot-com)วันที่ตอบ 2011-10-04 09:34:37 IP : 125.26.87.193


ความเห็นที่ 26 (3283980)

 นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา พ

ผู้แสดงความคิดเห็น kamnol (k_mol198-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-09-24 20:02:22 IP : 110.49.227.207


ความเห็นที่ 25 (3278818)

 อีกเรื่องหนึ่งครับ  ผมอยากทราบว่า  การที่เราใสพระเครื่องที่แขวนคอไว้แล้วเราไปเดิน  มุดราวตากผ้าในเวลาที่เราซักผ้าอยู่นั้น  แล้วความขลังความศักดิ์สิทธ์ของพระเครื่องจะเสือมรึเปล่าครับ  ก็เราไม่ได้ตั้งใจที่จะมุดครับแค่เราตากผ้าแล้วเราลืมว่าเราใสพระอยู่

ผู้แสดงความคิดเห็น อาร์ม วันที่ตอบ 2011-08-28 09:18:35 IP : 111.84.243.202


ความเห็นที่ 24 (3278817)

ขอขอบพระคุณทุก ๆ กระทู้ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพระเครื่องมากมายเลยครับ  ไว้วันหลังถ้าผมมีโอกาศจะนำเรื่องราวดี ๆ มาฝากกันเป็นการตอบแทนนะครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น อาร์ม วันที่ตอบ 2011-08-28 09:12:58 IP : 111.84.243.202


ความเห็นที่ 23 (3250651)

 อาราธนาพระขึ้นคอถูกต้องแล้วคะคำสวดมนไม่ว่าจะบทไหนจะสั้นจะยาวก็ถือเป็นคำ

 ศักดิ์สิทธิ์ อาราธนาพระขึ้นคอในตอนเช้าก็เหมือนกับอวยพรให้กับตัวเอง ยังไงก็มีแต่ดี

กับดีคะ  แต่อย่าลืมนะคะว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ว่าบัวมีอยู่ 4 เหล่านะคะ เพระฉะนั้น

ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ควรถืออุเบกขาเข้าไว้ ทำจิตใจให้ผ่องแผ้วแล้วสิั่งศักดิ์สิทธิ์ท่านจะ

คุ้มครอง (การให้อภัยเป็นทานที่ประเสริฐที่สุดคะ) 

ผู้แสดงความคิดเห็น ตาล วันที่ตอบ 2011-04-17 21:55:28 IP : 223.206.170.55


ความเห็นที่ 22 (3250650)

 อาราธนาพระขึ้นคอถูกต้องแล้วคะคำสวดมนไม่ว่าจะบทไหนจะสั้นจะยาวก็ถือเป็นคำ

 ศักดิ์สิทธิ์ อาราธนาพระขึ้นคอในตอนเช้าก็เหมือนกับอวยพรให้กับตัวเอง ยังไงก็มีแต่ดี

กับดีคะ  แต่อย่าลืมนะคะว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ว่าบัวมีอยู่ 4 เหล่านะคะ เพระฉะนั้น

ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ควรถืออุเบกขาเข้าไว้ ทำจิตใจให้ผ่องแผ้วแล้วสิั่งศักดิ์สิทธิ์ท่านจะ

คุ้มครอง (การให้อภัยเป็นทานที่ประเสริฐที่สุดคะ) 

ผู้แสดงความคิดเห็น ตาล วันที่ตอบ 2011-04-17 21:51:19 IP : 223.206.170.55


ความเห็นที่ 21 (3249637)

ผมว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนแต่ต้องพึ่งพาอาศัยกันจะขาดอย่างใดอย่างนึ่งไปไม่ได้

ที่ค่ายบางระจันแตกเพราะขาดการช่วยหลือจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินที่ปกครองในสมัยนั้นเพราะว่าค่ายบางระจันตั้งอยู่นอกอาณาเขตแผ่นดินที่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินปกครองอยู่ก็เลยไม่ได้รับการช่่วยเหลือคงคิดว่าชาวบ้านบางระจันไม่ใช้ชาวไทยรึเปล่าก็ไม่รู้

ส่วนกรุงศรีอยุธยาแตกนั้นผมว่าน่าจะเกิดจากขุนนางที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อองค์พระมหากษัตริย์คิดกบฎยากจะเป็นใหญ่และในสมัยนั้นควจะมีไส้ศึกอยู่กะมั้งกรุงศรีอยุธยาเลยถูกพม่าตีแตก

ถ้าความคิดเห็นของผมไม่ถูกไม่ควรก็รบกวนแจ้งลบได้เลยนะครับ

ขอบคุณมากครับ...

ผู้แสดงความคิดเห็น GORN วันที่ตอบ 2011-04-07 13:07:16 IP : 14.207.151.125


ความเห็นที่ 20 (3249634)

ไม่ต้องเถียงกันหรอกครับเพราะถูกด้วยกันทั้งคู่แต่ถูกคนละประเ็ด็นกันนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น GORN วันที่ตอบ 2011-04-07 12:14:32 IP : 14.207.151.125


ความเห็นที่ 19 (3235470)

ย้งคุณไปที่อื่นซะ อย่ามายุ้งกับเขาเลยคุณแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งแล้วแส้รงว่ามีธรรม

ผู้แสดงความคิดเห็น มาใหม่ วันที่ตอบ 2011-01-20 00:58:59 IP : 172.31.61.138


ความเห็นที่ 18 (3196493)

จิตเป๋็นนายกายเป็นบ่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น lek วันที่ตอบ 2010-10-15 08:00:55 IP : 110.49.24.140


ความเห็นที่ 17 (3151935)

คาถาอาราธนาพระเครื่อง

ให้ตั้งนะโมสามจบ  แล้วระลึกถึงพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  บิดามารดา

พุทธังอาราธนานัง  ธัมมังอาราธนานัง  สังฆังอาราธนานัง

พุทธังประสิทธิ เม  ธัมมังประสิทธิ เม  สังฆังประสิทธิ เม

ผู้แสดงความคิดเห็น adum วันที่ตอบ 2010-07-05 20:35:53 IP : 110.49.142.115


ความเห็นที่ 16 (3151933)

คุณยังครับผมในฐานะนักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์  ที่คุณเขียนว่ากรุงศรีแตกน่ะมันไปเกี่ยวอะไรกับการสักยันต์มิทราบ 

เพราะการสักยันต์น่ะถ้าโดนปืนใหญ่ยิงเข้าไป    หรือโดนรุมมันก็ตายได้เหมือนกันไม่เชื่อลองไปถามบรรพบุรุษคุณดูสิ

และกรุณาช่วยไปไกลๆดง....ด้วยขอร้อง 

เออและอยากฝากเอาไว้อีกนิดหนึ่งศาสนากับไสยศาตร์น่ะเป็นของคู่กันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วไม่เชื่อก็ลองไปถาม

บรรพบุรุษคุณดูสิ.....

และสุดท้ายอยากฝากเตือนสติเพื่อนชาวพุทธทุกคนว่าพระเครื่องน่ะเป็นเครื่องเตือนสติให้เราตั้งมั้นอยู่ในความไม่ประมาท

เป็นสิ่งที่แสดงถึงคุณงามความดีของพระเกจิองค์นั้นๆนอกจากนั้นแล้วยังชี้ให้เห็นว่าผู้สร้างพระก็ตาย  ผู้ปลุกเสกพระก็ตาย

และผู้ห้อยพระก็ต้องตายเพราะฉะนั้นแล้วเวลาเราอาราธนาพระขึ้นก็ควรทำแต่สิ่งดีๆโดยเอาพระเกจิที่เราห้อยคอเป็นแบบ

อย่งที่ดีก็ได้และสิ่งดีๆก็จะตามมาเอง  และสุดท้ายจริงอยากจะฝากบอกว่าพระเครื่องมีความศักดิ์อยู่จริงแต่เราเราต้องเป็นคน

ดีด้วยพระจึงจะคุ้มครองเรา  แต่แบบคุณยังน่ะผมไม่รับประกันหรอกน่ะถ้ายังทำตัวขวาง.......แบบนี้น่ะอิ อิ อิ.....

ผู้แสดงความคิดเห็น adum วันที่ตอบ 2010-07-05 20:26:11 IP : 110.49.142.115


ความเห็นที่ 15 (3149269)

รำคาญ ไอ้ หน้า หิ ย้ง จังเลย เปนส้นตรีนอ่ะ รัย มา เถียง เค้าอยู่ได้ เค้า เปิด กระถู้ เพื่อให้คนที่มีความ ศรัทธา เท่านั่น คุณไม่ เชื่อก้อ อย่ามาสอน พวก ผม ครั บ ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พัด วันที่ตอบ 2010-06-29 22:21:26 IP : 124.121.157.78


ความเห็นที่ 14 (3114604)

เป็น***อะไรกัน ควาย

ผู้แสดงความคิดเห็น *** วันที่ตอบ 2010-03-19 11:03:18 IP : 117.47.240.47


ความเห็นที่ 13 (3079783)

เบื่อไอ้บ้าย้งว่ะ มึงไม่ใช่พุทธก็ไปที่อื่น คนอื่นเขาเชื่อก็เรื่องของเขาเอาไว้บอกลูกมึงนู้น กูอ่านมาหลายกระทู้แล้วโครตรำคาญมึงว่ะ ปากดีนักก็ไปพูดแถวท่าพระจันทร์นู้น ควาย ไปบวชซะ ไม่ต้องมาสอนหรอก แม้งเกิดทันสมัยพุทธกาล เขาแค่มาขอคำอาธนาพระขึ้นคอ แม้งเสือกไร้สาระ เขาเชื่อก็เรื่องของเขา มึงยังไม่เชื่อตามเขา ก็อย่าคิดให้เขาเชื่อตามมึงสิ

ผู้แสดงความคิดเห็น ~.!!!!~":":'::::"""& วันที่ตอบ 2009-12-06 22:27:42 IP : 112.142.169.166


ความเห็นที่ 12 (3029040)

คัยสั่งหมี่เหลืองงะคัฟ

ผู้แสดงความคิดเห็น ยุค 70 วันที่ตอบ 2009-07-08 22:28:31 IP : 124.121.75.53


ความเห็นที่ 11 (1448119)

 

การที เราได้เช่าพระเครื่องมาบุชาเปรียบเสมือนนำมายึดเหนียวจิตใจเราให้กระทำความดี  เพื่อที่จะให้ท่านปกป้องคุ้มครองตัวเรา  ก็เป็นสิ่งดี  ในส่วนบทอาราธนาคงยึดหลักความเห็นที่  3   บอกกล่าว

 

 

                                ผู้แสดงความคิดเห็น  โต   อ่อนนุช วันที่ตอบ   20/06/2009

                                                                                    

ผู้แสดงความคิดเห็น โต อ่อนนุช วันที่ตอบ 2009-06-19 07:42:35 IP : 125.25.130.14


ความเห็นที่ 10 (1436316)

เอาเว้ย!

ผู้แสดงความคิดเห็น กร วันที่ตอบ 2009-05-08 15:03:56 IP : 222.123.165.19


ความเห็นที่ 9 (1430057)

ผมว่าย้งนี่ต้องเป็นโรคจิตแน่แน่ครับ  คนทั้งประเทศก็สวดบูชาพระเครื่องกันทั้งนั้นละ  อย่าไปถือคนบ้าเลยครับ  ตอนกลางคืนที่บ้านผมก็สวดมนต์ก่อนนอนกันทุกคน  เวลาสวมพระ ผู้ใหญ่ก็สอนผมว่าให้อาราธนาพระทุกครั้ง   ใช้บทสวดของคุณchatchaiก็ใช้ได้แล้วครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น กวง ท่าดินแดง วันที่ตอบ 2009-03-26 20:54:40 IP : 125.27.91.59


ความเห็นที่ 8 (1271886)

*******

ผู้แสดงความคิดเห็น กรรมการ วันที่ตอบ 2008-05-29 23:08:39 IP : 118.174.166.142


ความเห็นที่ 7 (848642)

ที่แสดงความคิดเห็นไม่ได้ละลานครับ ใครกันแน่ที่ใช้คำพูดละลานคนอื่น แค่แสดงความคิดเห็นที่เป็นจริง ถ้ารวยมากกินทั้งชาติไม่หมดก็เอาเงินไปซื้อหนังสือบทสวดแค่เล่มไม่กี่บาทเองหรือไปเอาที่วัดก็ได้เขามีแจกกันมากมายไม่เห็นต้องมาขอทางนี้ เลย งง จริง ๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ย้ง วันที่ตอบ 2007-11-17 15:26:59 IP : 58.9.174.213


ความเห็นที่ 6 (841086)
โถ..โถ..โถ..เป็นไรมากไปเปล่าครับเนี้ยคุณย้ง..ผมตั้งกระทู้เพื่อจะถามคนที่มีความรู้ทางด้านบทสวดมนต์นะคร้าบ...ถ้าคุณไม่รู้ก็ไม่ต้องคิดมากนะคร้าบปวดหัวเปล่าๆการจะเตือนสติคนอื่นควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนนะครับ...คุณลองใช้ปัญญาเท่าที่คุณมีตรึงตรองดูนะครับว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศไทยที่เช่าพระนั้นเช่าเพราะเป็นของโบราณหรือเชื่อถือในวัตถุมงคลชิ้นนั้นกันแน่..จริงๆแล้วผมนั่งท่องบทสวดมนต์อย่างเดียวทั้งวันก็ได้ครับเพราะทางบ้านผมรวยมากนั่งกินนอนกินก็ได้ทั้งชาติสบายอยู่แล้วไม่ต้องเอาพระมาขายหรอก...บทสวดมนต์นั้นเค้ามีไว้ให้สวดเพื่อระลึกถึงพระคุณของพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์นะครับเกจิคณาจารย์ต่างๆที่ได้สร้างองค์พระไว้ก็จะมีบทสวดประจำพระเครื่ององค์นั้นๆนะครับหวังว่าคุณจะมีสติคิดให้รอบคอบก่อนนะครับ..แล้วคำพูดพื้นๆที่ไปจำใครมาแล้วฟังมาผิดๆเพื่อจะอวดอ้างนั้นผมก็ทำได้ครับเดี๋ยวผมลองมั่งนะ......วัตถุมงคลนั้นเป็นเพียงของนอกกายครับสำคัญอยู่ที่ใจถ้าใจยึดถือตามคำสอนพระพุทธองค์แล้วก็ไม่จำเป็นต้องแขวนพระหรือไปซื้อให้เปลืองเงินเปล่าๆ..อิอิ..ที่กรุงศรีแตกน่ะเพราะไม่ใช้ปูนตาเสือครับ..ฮาฮ่า..อย่าไปละลานความเห็นคนอื่นสิครับคนทุกคนมีความเชื่อที่แตกต่างกันอย่าเอาทัศนคติกับความคิดแคบๆของคุณมาตัดสินความคิดคนอื่นเลยครับ..ถ้าว่างมากผมว่าคุณเอาเวลาไปหาทางปล่อยพระเครื่องที่คุณว่าเป็นวัตถุโบราณของคุณดีกว่าครับหรือจะเก็บเอาไว้อีก100ปีก็ได้ครับจะได้เก่าสมใจแล้วค่อยขายนะครับเผื่อจะได้กำไรเยอะๆนะ...ขอบคุณมาก
ผู้แสดงความคิดเห็น คนรุ่นใหม่ วันที่ตอบ 2007-11-11 01:18:00 IP : 125.24.139.240


ความเห็นที่ 5 (839564)
คุณ chatchai คุณคิดว่าก่อนสวมพระเครื่องควรอาราธนาก่อนทุกครั้งถึงจะขลังและศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือเปล่าครับ คุณลองไปสืบค้นหาข้อมูลได้นะครับที่คณาจารย์ต่างๆ ที่สร้างพระเครื่องมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไรนะครับหรือถามเซียนพระระดับแนวหน้าของเมืองไทยก็ได้นะครับ หลวงพ่อคูณก็เคยพูดไว้ว่าถ้ามึงขับรถเกิน 100 กูก็ไม่อยู่กับมึง แค่นี้ก็น่าจะพอเข้าใจได้นะครับ และอีกคำหนึ่งที่พวกเซียนเล่นพระเครื่องในเมืองไทยพูดกันออกทางโทรทัศน์ " ฟันแทงไม่เข้า" อันนั้นก็จริงครับเวลาเขาฟันแทงกันเราไม่ก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวครับ รอดแน่ ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เวทมนต์คาถามีจริง ทำไมกรุงศรีถึงแตกครับ ทั้งที่มีพระเกจิที่เก่งกล้าหลายคน สามารถสักยันต์ลงเลข แต่ทำไมทหารกรุงศรีถึงตายคาสนามรบทั้งที่ใส่เสื้อยันต์ครับ ลองสืบค้นประวัติศาตร์ดูได้นะครับ ตัวอย่างที่คุณเห็นได้ชัดก็คือชาวบ้านบางระจันขนาดนิมนต์พระอาจารย์ธรรมโชติมาก็ยังแตกเลยครับ จงเชื่อในหลักคำสอนของพระพุทธองค์ดีกว่าครับ ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว พระพุทธองค์ก็ยังเคยตรัสไว้ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
ผู้แสดงความคิดเห็น ย้ง วันที่ตอบ 2007-11-09 14:46:44 IP : 58.9.174.13


ความเห็นที่ 4 (839527)
ที่แจ้งประกาศว่าต้องการปล่อยเพราะเห็นหลายคนต้องการ ที่แนะนำคุณเพียงเตือนสติให้ยึดถือคุณพระรัตนไตรเป็นที่ตั้งพระเครื่องเป็นเพียงวัตถุเอาไว้เตือนสติให้รู้จักยังคิด ที่เขาปล่อยกันเกลื่อนบ้านเมืองเพราะวัตถุมงคลก็เปรียบเหมือนวัตถุโบราณ ยิ่งเก็บนานวันยิ่งมีคุณค่าทางพุทธศิลป์ ทางจิตใจก็เท่านั้น ถ้าคุณคิดว่าบทสวดนั้นทำให้คุณเป็นคนดี หรือร่ำรวยได้ ถ้างั้นคุณลองสวดอย่างเดียว ไม่ทำงาน ไม่พยายามหาความรู้แล้วคุณจะรวย หรือจะเจริญหรือเปล่า ลองคิดด้วยปัญญาที่มี ศาสนาพุทธสอนให้คนมีปัญญารู้จักคิดมากกว่า ให้รู้จักโลกที่แท้จริงเป็นเช่นไร ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา คุณเข้าใจความหมายนี้หรือเปล่า ลองขบคิดด้วยปัญญาที่คุณร่ำเรียนมา คุณก็น่าจะเข้าใจว่า ถ้าคุณเข้าใจในธรรมะที่พุทธองค์ตรัสก็แสดงว่าคุณเข้าใจธรรมะ คุณเข้าใจในธรรมะก็คือคุณเข้าใจพระพุทธองค์ คุณเข้าใจพระพุทธองค์ก็เหมือนคุณเห็นพระพุทธองค์ อันนิพพานคุณเข้าใจหรือเปล่าฝากให้ขบคิดดูนะครับ หวังว่าคงมีปัญญาหาคำตอบได้นะครับ และอีกอย่างบทสวดที่สวดกันอยู่ทุกวันเป็นบทสรรเสริญพระพุทธองค์ก็เท่านั้น ความศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ตัวเราเองไม่ได้อยู่ที่บทสวดนะครับ ลองขบคิดดูนะครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น ย้ง วันที่ตอบ 2007-11-09 14:12:43 IP : 58.9.174.13


ความเห็นที่ 3 (834224)
พุทธัง อาราธะนานัง ธัมมัง อาราธะนานัง สังฆัง อาราธะนานัง
พุทธัง ประสิทธิ เม ธัมมัง ประสิทธิ เม สังฆัง ประสิทธิ เมฯ

ใช้ภาวนาเมื่อจะหยิบพระแขวนคอทุกครั้ง อย่าเอาพระแขวนคอโดยมิได้อาราธนาเป็นอันขาด มิฉะนั้นพระที่ขลังที่ศักดิ์สิทธิ์จะหายความขลังไปฯ
ผู้แสดงความคิดเห็น chatchai วันที่ตอบ 2007-11-03 23:49:14 IP : 125.26.46.206


ความเห็นที่ 2 (831698)
แล้วเอาพระมาปล่อยทำไมครับ...เห็นสอนคนอื่นอย่างดี...แล้วที่ว่าอยู่ที่ใจแค่นึกถึงเนี้ย...แล้วเรามีบทสวดไว้ทำไมครับ....คาถาชิณบัญชร..คาถาบูชาพระมีไว้ทำไมครับพระสวดมนต์กันทำไมครับผมแค่อยากได้บทสวดไว้เตือนสติไว้สวดบูชาพระเครื่อง....ไว้อาราธณาท่านเพื่อให้อุ่นใจ...ขอบคุณนะครับที่กรุณาให้ความคิดเห็น
ผู้แสดงความคิดเห็น คนรุ่นใหม่ วันที่ตอบ 2007-11-01 21:43:55 IP : 125.24.144.57


ความเห็นที่ 1 (821142)
นานาจิตจัง อยู่ที่ใจแค่นึกถึง คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ ครูอาจารย์ที่เคารพแค่นั้นก็พอแล้วที่สำคัญอยู่ที่การกระทำตัวเราให้เป็นคนดีตามหลักศาสนาก็พอ วัตถุมงคลเป็นแค่สิ่งเตือนสติให้ละอายต่อบาปหรือกรรมชั่วที่กำลังจะก่อ พระพุทธองค์เคยตรัสไว้ว่า อัตตาหิ อัตตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และการปลุกเสกนั้นเป็นเพียงวัฒนธรรมของชนชาติในเขตนี้เท่านั้น สมัยพุทธกาลก็ไม่มีพิธีกรรมการปลุกเสก มีเพียงการเทศน์สั่งสอนและเผยแพร่หลักการให้รู้สัจจะธรรมที่เที่ยงแท้เพื่อเข้าใจความหมายของชีวิตว่าดำรงอยู่อย่างไร และดับอย่างไร
ผู้แสดงความคิดเห็น ย้ง วันที่ตอบ 2007-10-22 11:43:41 IP : 58.9.175.191



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.